หน้าแรก บล็อก หน้า 28
เรียกได้ว่าต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากันจริงๆ สำหรับเรื่องราวของคุณลุงท่านหนึ่ง เดินหอบกระเป๋าอยู่ข้างทางเดินทางไปเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 62 มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่ กรกฤต บัวพิมพ์ นักข่าวบ้านนอกได้โพสต์ข้อความระบุว่า ผมน่าจะเกิดมาเป็นคนมีตังค์เหมือนกับคนอื่นเขาบ้างนะ จะได้เอาไว้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง เมื่อเช้าขับรถมอเตอร์ไซด์คันเก่าๆจะกลับบ้าน และมาเจอคุณลุงเดินอยู่ข้างทางบนถนนมิตรภาพ บายพาส อำเภอปากช่องก็เลยย้อนกลับมาถามไถ่ว่าเป็นใครมาจากไหน คุณลุงบอกว่า ชื่อสมร ลุนนาแซง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 878 หมู่ 2 ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เดินมาจากบ้านกรวดจะไปหางานทำที่บ้านญาติ จุดหมายปลายทาง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ผมเชื่อว่าลุงเป็นคนดี คุณลุงพูดจารู้เรื่องให้ที่อยู่มาถูกต้องคุณลุงบอกว่า อยู่บ้านอดอยาก รับจ้างกรีดยางไม่พอกิน เลยเดินทางออกจากบ้านมาหางานทำ ค่ำไหน นอนนั่น พักวัดขอข้าวพระกิน ตอนนี้คุณลุงเดินมาถึง อำเภอปากช่อง พอดีผมผ่านมาเจอ เลยแวะถามไถ่แบ่งตังค์ให้คุณลุงไป 40 บาทผมมี 60 เหลือไว้กินข้าว 20 บาท ท่านใดเจอคุณลุง ก็ช่วยให้ข้าวให้น้ำแกบ้างนะครับสงสารแก ใครโลกสวยก็หลบไป ที่ตรงนี้มีไว้ใช้สำหรับช่วยเหลือคนที่ลำบาก พูดมากเดี๋ยวเจ็บคอ ก็แค่นักข่าวบ้านบ้านนอก แล้วไง โพสต์ดังกล่าว ภาพจาก กรกฤต...
เมื่อวันที่ 8 พ ย 62 หลังมีรายงานการปิดกิจการลอยแพพนักงานกว่า 230 ชีวิต ของบริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ ทั้งนี้พนักงานได้ร่วมตัวกันยังศาลากลางจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทนิตพอยด์ จำกัด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมเนื่องจากพนักงานกลุ่มนี้ไม่ได้รับค่าแรง 4 วิก จำนวน 2 เดือน หรือรวมเป็นเงินทั้งหมด 4400000 บาท โดยทางกลุ่มพนักงานทั้ง 230 คน กลัวทางนายจ้างเบี้ยวค่าแรง และกล่าวว่าตอนนี้พนักงานไม่มีเงินจะกินจะใช้แล้ว ทั้งนี้ทางบริษัทได้มีประกาศเลิกจ้างเมื่อวันที่ 9 พ ย 62 โดยระบุว่า บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท สบภาวะขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน ในส่วนค่าแรง ที่ค้างจ่ายกับพนักงาน ทางบริษัทจะทำการขายเครื่องจักร ที่ไม่ติดจำนองธนาคาร และจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานทุกท่านจำนวนเท่าๆกัน ประกาศมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้มีหนึ่งในพนังงานของบริษัทได้โพสต์ตัดพ้อ หลังถูกลอยแพ คิดว่าเป็นบ้านอีกหลัง เจ้านายลูกน้องอยู่กันมานานไม่คิดว่าจะทำกันแบบนี้ จบแบบไม่น่าจำ บ.นิพพอยน์จำกัด ได้แจ้งปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกหนึ่งบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่9พ.ย.62นี้โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบมาก่อน เหลือไว้เพียงเรื่องแย่ๆ ไว้ให้ดูต่างหน้าระหว่างระบบเฒ่าแก่กับลูกจ้างที่อยู่มานานจนคิดว่าเป็นบ้านหลังหนึ่งจบแบบไม่น่าจำ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณ viralsfeedpro
จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 บริษัทผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ แบรน ดัง ส่งออกต่างประเทศ ประกาศปิดโรงงานผลิต ลอยแพพนักงานกว่า 230 คน ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม ได้มีคนงาน พนักงาน บริษัทนิตพอยด์จำกัดกว่า 230 คนมาร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานราชการที่ทำงานไม่ได้รับค่าจ้าง 4 วิกจำนวน 2 เดือนกว่า 4 ล้าน 4 แสนบาท ซึ่งกลุ่มพนักงานได้มารวมตัวกัน ที่บริษัทนิตพอร์ย จำกัด 96 ม.3 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม เพราะคนงานกลัวนายจ้างเบี้ยวค่าแรง เพราะพนักงานไม่มีเงินจะกินใช้ กลุ่มพนักงาน โดยทางด้านบริษัทได้ประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งจะมีการจ่ายเงินให้พนักงานระบุว่า บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงาน สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท สบภาวะขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน ในส่วนค่าแรงที่ค้างจ่ายกับพนักงาน ทางบริษัทจะทำการขายเครื่องจักร ที่ไม่ติดจำนองธนาคาร และจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานทุกท่านจำนวนเท่าๆกัน ประกาศมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป คลิป ขอบคุณ ข่าวเด็ด คลิปดัง
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 เพจเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ได้โพสต์ข้อความโดยได้ระบุข้อความว่า มาร่วมกันส่งพลังใจให้แม่ปรางด้วยกันครับ.. พี่ิ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ บินด่วนกลับไปเยี่ยมให้กำลังใจแม่ปราง หลังตนเองต้องมาทำภารกิจเป็นตัวแทนคนไทยมอบเงินช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม ในจังหวัดร้อยเอ็ด ต้องบินกลับไปเยี่ยมให้กำลังใจแม่ปรางที่ป่วยอยู่ และ เซ็นสัญญางานอีกอันที่สีลม จึงต้องแตะมือกับ พี่ไทด์ เอกพัน บรรลือฤทธิ์ อีกครั้งให้มาทำหน้าที่แทนพี่ บิณฑ์ จากนั้นจะกลับมาร่วมกันทำหน้าที่ ที่พี่น้องประชาชนมอบความไว้วางใจให้ช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในภาคอีสาน พวกเรามาร่วมกันส่งกำลังใจพลังใจให้แม่ปรางหายป่วยไวไว และให้กำลังใจพี่บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ด้วยกันนะครับ โพสต์ดังกล่าว ภาพจาก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ภาพจาก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ภาพจาก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ภาพจาก NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ ขอบคุณ NAKON45 อัญวุฒิ โพธิ์อำไพ
เรียกได้ว่าตอนนี้ เศรษฐกิจ บ้านเรานั้นไม่ค่อยดีสัเท่าไหร่ หลายๆบริษัทหลายๆโรงงานก็เลิกจ้าและปิดตัวลงกันเยอะมากๆ ล่าสุดมีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อคิดดีๆโดยได้ระบุข้อความว่า อย่าลาออก สถานการณ์เศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้ใครคิดจะลาออกจากงาน โดยไม่มีงานใหม่รองรับหรืออยากไปเป็นพ่อค้าแม่ค้า อย่า น่ะครับ อย่าพึ่งลาออก แม้จะอึดอัดคับข้องใจเพียงใด เงินเดือนน้อย ไม่เป็นธรรม บลาๆๆจะอะไรก็ตามก็ต้องอดและทน แต่ถ้าคุณยังหาตัวเองไม่เจอ ชัดๆ ถ้าคุณยังทำรายได้จากอาชีพเสริมได้ไม่ถึง 3 เท่าของเงินเดือนตอนนี้ ถ้าคุณคิดจะออกเพราะเพื่อนร่วมงาน ถ้าคุณคิดว่าหมดอนาคต ทั้งๆที่ยังลงมือทำไม่สุด อย่า แม้แต่จะประชด วิธีบรรเทาอาการอยากลาออก 1 สร้างคุณค่าในงานของตัวเอง เอาให้แบบยังไงก็ขาดเราไม่ได้ 2 งานที่ยากคือโอกาสของเรา 3 ยุคปลาเร็วกินปลาใหญ่ คิดก่อนทำก่อนคือได้เปรียบ 4 หาอาขีพที่ 2 3 4 รองรับแต่อย่าให้เสียงานหลัก 5 อย่าลาออกเพราะประชด มันไม่คุ้มเลยจริงๆ 6 คิดถึงหนี้สินเข้าไว้ 7 อย่าก่อหนี้โดยไม่จำเป็น และอย่าค้ำประกันให้ใคร 8 จงทำใจให้สงบ คิดถึงหน้าครอบครัวไว้ 9 ถ้าไม่ไหวจริง ให้คิดถึงหนี้สินที่ค้ำคออยู่ รับรอง อดทน อีก 100 เท่า เอาใจช่วยครับทุกคน  
เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่มีชาวเน็ตแห่แชร์ และต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก และต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ารักมากๆเลยทีเดียว โดยหนูน้อยได้สั่งแกร็บมา โดยไม่เอาเงินทอนเลยแม้แต่บาทเดียว โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า ตี๋นัด ราสต้า ได้มีการโพสต์รูปภาพไปยังกลุ่ม GRAB korat พร้อมทระบุข้อความว่า ผม เดียวๆน้อง เงินทอน2บาทครับ น้อง ไม่ต้องทอนหรอกพี่ ช่วงนี้ผมรวย ผมพึ่งศึกมา 555555555555555555555 จะ 2 ถาดหรือ1ขวด ผมก็ต้องส่งครับ เล่นเอาผมยิ้มไม่หุบ ความสุขเล็กๆระหว่างทำงาน โพสต์ดังกล่าว ความสุขระหว่างทำงาน ภาพจาก ตี๋นัด ราสต้า ภาพจาก ตี๋นัด ราสต้า ภาพจาก ตี๋นัด ราสต้า
นับได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ดีเรื่องหนึ่งที่น่าติดตาม เป็นเรื่องราวคนดีที่ช่วยเหลือสังคม โดยท่านผู้นี้มีชื่อว่า คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสารและประธานชมรมสุรัตนธรรม ที่เปิดคลินิกรักษาโรคทั่วไป โดยเก็บค่ารักษาเพียงบาทเดียวเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ในยุคเศรษฐกิจที่ซบเซาแบบ แต่ไม่น่าเชื่อว่าของถูกและดีจะมีอยู่จริงในโลกนี้ คลินิกรักษาโรคฟรีที่แอบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเงียบ ท่ามกลางแสงสีบริเวณถนนข้าวสารและบางลำพู ตรงข้ามกับโรงแรมเวียงใต้คือที่ตั้งของ คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ สำหรับคุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมที่ผู้คนในย่านบางลำพูรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเขาไม่ได้เปิดคลินิกรักษาโรคฟรีเท่านั้น แต่ทำสิ่งดีอีกหลายอย่างเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ คุณสุรัตน์ เปิดเผยว่า ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณหมอ ๕ บาท ที่คนไหนมีเงินท่านก็เก็บเงิน ไม่มีเงินก็จ่ายแค่ห้าบาท ก็ยังนึกชมท่านอยู่ในใจ แต่ไม่เคยคิดจะเปิดคลินิกเอง เพราะเราไม่มีความรู้ด้านนี้เลย จนกระทั่งเมื่อสี่ปีที่แล้ว มารดาของ คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ซึ่งมีโรค ประจำตัวคือโรคหัวใจ เบาหวาน คอเลสเตอรอล ป่วยหนักต้องเข้าห้องไอซียู เขาจึงจุดธูปหน้าโรงพยาบาลแล้วอธิษฐานว่า หากคุณแม่หายจะเปิดคลินิกรักษาพยาบาล ฟรี ไม่น่าเชื่อว่าวันรุ่งขึ้น อาการของคุณแม่ก็กลับเป็นปกติ ตอนออกจากโรงพยาบาล ผมเลยบอกแม่ว่าจะทำคลินิกรักษาฟรีท่านก็ว่า ดีแล้ว ทำไปเถอะ บุญกุศลที่ทำจะได้ติดเนื้อติดตัวเราไปตลอดชีวิตหลังจากนั้น เมื่อผู้เช่าตึก 3 ชั้นตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้จะย้ายที่ เขาจึงทำการปรับปรุงชั้นสองของตึกนั้นให้กลายเป็นคลินิกรักษาคนไข้ฟรีทันที โดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายได้สอบถามไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่า หากจะเปิดคลินิกรักษาฟรีจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ทางนั้นตอบกลับมาว่า รักษาฟรีไม่ได้ ผิดกฎกระทรวง แต่ถ้าเปิดแล้วจะเก็บถูกเก็บแพงก็เรื่องของคุณ นี่คือที่มาของสโลแกน หนึ่งบาทรักษาทุกโรค ที่เดินตามพ่อ นำมาเสนอในวันนี้นี่เอง ขอบคุณ...
นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดเศร้าสะเทือนใจ จากโพสต์ผู้ใช้ชื่อว่า บ้านติดป่า ฮาติดดอย ลงโซเชียลมีข้อความว่า .. เห็นน้องแล้วรู้สึก” สะเทือนใจ” ยังไงไม่รู้ ทั้งพิการทั้งยากจน แม่น้องเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่ น้องอายุ 6 ขวบจึงต้องมาอยู่กับยายชรา ยากจน เอารูปให้ดูเผื่อคุณจะได้รู้ว่าตัวเอง โชคดีมากแค่ใหนแล้ว ที่มีมือ มีเท้าครบทั้งสองข้าง ผู้มีจิตเมตตาสามารถส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่างๆให้แก่น้องได้ที่….ครู ธัญสุดา หยกภู (ฝากให้ ด.ญ ปิยะพร หลวงแก้ว ) 81 หมู่ 4 ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ เชียงใหม่ 50310 (0955757598 ) น้องอยู่บ้าน ขุนตื่น ครับ โดยครูศรัณเปิดเผยว่า ปัจจุบันด.ญ.ปิยะพร หลวงแก้ว อายุ 4 ขวบกว่า อยู่ชั้นอนุบาล 1 เป็นเด็กพิการข้อมือขวาขาด มีฐานะยากจนมากและเป็นลูกกำพร้าแม่เสียชีวิต ตั้งแต่ได้อายุ 4 เดือน พ่อไปมีภรรยาใหม่อีกตำบลหนึ่ง ยายจึงรับภาระเลี้ยงดูตามลำพังมีฐานะยากจนมากประกอบกับหมู่บ้านตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดารจึงอาศัยอยู่ลำบาก ครูศรัณ กล่าวว่า ส่วนข้อมือขาดสาเหตุมาจากตอนอายุ 6 เดือนช่วงนั้นเป็นช่วงหน้าหนาวชาวบ้านก็ต้องนอนข้างกองไฟเพื่อความอบอุ่น...
จากกรณีที่เด็กหญิงอายุ 15 ปี ชาว จ. นครราชสีมา ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์วางแผนล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากเด็กหญิงได้ประดิษฐ์กระทงลายการ์ตูนดังขาย หลังมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทงแล้วนัดให้เด็กหญิงไปส่งตามที่นัดไว้ แต่กลับถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ซึ่งนำตำรวจมาจับกุม พร้อมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย ล่าสุด นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ผู้รับมอบอำนาจบริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และบริษัท ซาน เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมประเภทงานจิตกรรม ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เด็กหญิงอายุ 15 ปี ที่ใช้ facebook ชื่ออายจ๋า ได้โพสต์รูปกระทงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ลง facebook ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา และมีคนสั่งซื้อก่อนที่ทีมงานจะเห็นภาพในโซเชียล จึงติดต่อไปในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยทางบริษัทมีทีมงานที่คอยติดตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในโซเชียลอยู่แล้ว จึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์และได้มีการติดต่อให้ส่งมอบของในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา นายประจักษ์ กล่าวถึงวันเกิดเหตุว่าพบเด็กหญิงถือถุงกระทงมาจึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลาง โดยมีตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา จากนั้นญาติได้มีการขอเจรจาซึ่งตนก็ยอมเจรจา เนื่องจากผู้ถูกจับกุมยังเป็นเยาวชนอยู่และขยันทำมาหากินแต่ผิดก็คือผิด โดยพ่อแม่ของเด็กหญิงได้เสนอเงิน 5,000 บาท จ่ายเป็นค่าละเมิดลิขสิทธิ์ให้ ในส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวแทนบริษัทเรียกเงิน 50,000...
จากเหตุการณ์ที่มีการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ เป็นภาพเด็กหญิงวัย 15 ปีคนหนึ่ง ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ดำเนินการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ประดิษฐ์กระทงขายโดยติดรูปตัวการ์ตูนดัง หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ประดิษฐ์กระทง แต่หลังจากเด็กหญิงนำกระทงไปส่งให้ตามที่นัดเอาไว้ กลับโดนตัวแทนลิขสิทธิ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พร้อมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ย กระทั่งเด็กสาววัย 15 คนดังกล่าวได้เปิดใจว่า ตนเองอยากทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ จึงผุดไอเดียทำกระทงขาย และปกติก็ไม่ได้ทำลายการ์ตูนชื่อดังจำหน่ายอยู่แล้ว แต่ว่าลูกค้ารายนี้เจาะจงที่จะเอากระทงลายการ์ตูน ตนจึงทำให้ ซึ่งเรื่องนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้เข้าช่วยเหลือจนเรียกว่าคดีพลิกได้เลย ในที่สุด บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า ไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดทำการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายแต่อย่างใดตามข่าวที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทฯ ได้ทำการปรึกษาฝ่ายกฎหมายและมอบหมายให้ทนายความดำเนินการสืบหาความจริงในกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้าน พ.ต.อ คเชนทร์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้ตำรวจกลายเป็นแพะของสังคม เนื่องจากหลายคนกังขาว่า ตำรวจเข้าไปมีส่วนร่วมกับกรณีที่เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอยืนยันว่า ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด และกำลังเร่งสืบสวนทำความจริงให้กระจ่าง ในส่วนของผู้ที่ถูกกลุ่มคนดังกล่าวล่อซื้อและจับมาเรียกเงินปรับค่าลิขสิทธิ์ กำลังรวมตัวกันเตรียมเดินทางมาพร้อมกับ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์วันที่ 11 พ.ย.นี้ ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ในข้อหากรรโชกทรัพย์นั้น ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนเรื่องหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์ ที่กลุ่มคนที่มาล่อซื้อกล่าวอ้างนั้น ต้องขอเวลาตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ทั้งนี้...

MOST POPULAR

HOT NEWS