สาวสวยทิ้ง อาชีพ “พยาบาล” ผันชีวิตเป็น “เกษตรกร” มีรายได้เดือนละ กว่า 60,000 บาท

0
850

อย่างที่ทราบกันดีว่าในยุคปัจจุบันด้วยสภาพทางเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง หลายธุรกิจจึงเลือกที่รัดเข็มขัด และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด

Loading...

ในวันที่เธอตัดสินใจหันหลังให้อาชีพนี้ เธอโดนแรงเสียดทานจากสังคมมากมายว่า “บ้าหรือเปล่า” มีงานประจำทำดีๆ ทำไมถึงออกมา หากนั่นไม่ทำให้สาวตากลมคนนี้หวั่นไหว เธอเดินหน้าตั้งใจทำงานจนในที่สุด

“จุดหักเหของชีวิตที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นเกษตรกร เพราะแม่ป่วยเป็นมะเร็ง แต่ทั้งที่เราเป็นพยาบาล เราไม่สามารถพาแม่ไปหาหมอได้ เพราะอาชีพนี้ลาบ่อยๆ ไม่ได้ มันเป็นความเจ็บปวดที่ทำให้คิดว่า เราเป็นพยาบาลแท้ๆ ดูแลคนอื่นได้มากมาย แต่กลับดูแลคนในครอบครัวไม่ได้เลย” กานต์รวีย้อนเล่าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต

ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี กานต์รวีได้รับคัดเลือกให้เป็น “ยังก์ สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” จ.มหาสารคาม และล่าสุดเธอได้รับคัดเลือกจากกองบรรณาธิการ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ให้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณเป็น “เกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2560” โดยจะเข้ารับรางวัลในงานเกษตรมหัศจรรย์ 2560 “พืชกินได้ ไม้ขายดี” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ในวันที่ 7 กันยายนนี้

ก่อนตัดสินใจมาเป็น “เกษตรกร” กานต์รวี จบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี เป็นพยาบาลอยู่ 8 ปี จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน

ปัจจุบัน กานต์รวีเลี้ยงไก่ไข่ เป็ดไข่ ไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ รวมกันกว่า 2,000 ตัว รวมทั้งขยายจากเลี้ยงสัตว์เล็กไปเลี้ยงสัตว์ใหญ่ อย่าง หมูพื้นเมือง วัว ควาย และแพะ และแม้จะไม่ได้เป็นพยาบาลแล้ว แต่ได้นำความรู้มาใช้กับอาชีพนี้ได้ด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่ หมู วัว ควาย “ตกลูก” เธอจะทำหน้าที่เป็น “หมอตำแย” ทำคลอดให้สัตว์เหล่านี้

“อาชีพเกษตร เราต้องใช้ตลาดนำการผลิต เราถึงจะไปรอด เมื่อเราเน้นการผลิตเชิงประณีต ทำให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดเล็กน้อย ตอนนี้ก็ทำทั้งตลาดพื้นเมือง และส่งประเทศเพื่อนบ้านด้วย”

เมื่อถามถึงรายได้ กานต์รวีบอกว่า ก็ยังมีขึ้นๆ ลงๆ แต่อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ดีไซน์รายได้ได้ เราจะเพิ่มเงินได้อย่างไร หรืออยากให้ได้โบนัสทุก 3 เดือนก็ทำได้ ซึ่งบางเดือนมีรายได้เป็นแสน นอกจากนี้ เธอยังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านคนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะกับผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป

เรียกว่าเป็น 3 ปีที่คุ้มค่า ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ เธอบอกว่า แรงบันดาลใจอีกอย่างมาจาก “พลังงานจน” ซึ่งเธอเคยโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กว่า “มือไม่ด้าน ไม่ได้ตังค์”

“ถ้าเราไม่จน เราก็ไม่ดิ้นรน ถ้าเรายังทำงานประจำ เราก็อาจจะไม่มีแรงขนาดนี้ แอ๊กทีฟแบบนี้ การตัดสินใจลาออกทำให้เราต้องฮึด ตอนนี้ เราเป็นเกษตรกรเต็มตัว เราทำอาชีพเกษตรกรจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อโชว์” ทำอาชีพเกษตรกรก็จริง แต่สาวคนนี้ก็ยังมีไลฟ์สไตล์ไม่ต่างจากคนทั่วไป มีช่วงเวลาพักชิลชิลจิบกาแฟในร้านฮิพๆ มีช่วงเวลาไปเที่ยวรีแลกซ์ ไทม์ รวมถึงทานข้าวสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แถมยังมีช่วงเวลาแต่งตัวสวยๆ ไปเดินห้างช้อปปิ้ง หรือแม้กระทั่งทำงานอยู่ในฟาร์ม ก็ยังมีช่วงเวลาเซลฟี่ตัวเองกับสัตว์ที่เธอเลี้ยงทุกสายพันธุ์

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here