หน้าแรก บล็อก
วันที่ 25 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพื้นที่ ม.8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ว่าสัตว์ตัวประหลาดคล้ายตัวเงินตัวทองจึงได้ลงตรวจสอบที่จุดดังกล่าว พบนายสุธี ใจสง่า อายุ45ปี ชาวสวนยาง ม.8 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เล่าให้ฟังว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้เก็บน้ำยางชึ้งใกล้จะเสร็จแล้วได้หันไปเห็นสัตว์ประหลาดกำลังคลานอยู่บนพื้นดินในสวนยางยาวประมาณ1ศอก คล้ายตัวเงินตัวทอง มีหัวสีส้ม ลำตัวสีดำ ลำตัวเป็นปล้องๆ ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้และสัตว์ประหลาดก็ได้คลานเข้าป่าไป หลังจากนั้นได้เอาภาพสัตว์ประหลาดมาให้เพื่อนดู เพื่อนได้บอกว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เขาเรียกว่า งูเห่าช้าง มันมีพิษร้ายแรงถ้าไครโดนพิษแล้วหมายถึงเสียชีวิตเลยทีเดียว เพราะมันสามารถพ่นพิษได้ในระยะ1เมตร นายสุธี ได้บอกว่าตนเองถือว่าโชคดีแค่ถ่ายรูปถ้าไปจับลำตัวของมันป่านี้คงเหลือแต่ชื่อแล้ว คล้ายตัวเงินตัวทอง น่ากลัวมาก
หนุ่มหลงรักหญิงสาวผ่านแชต ขาดการติดต่อนานเกือบปี ไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงถูกรถชนเป็นคนพิการเดินไม่ได้ ซ้ำถูกแฟนหนุ่มทิ้ง จึงอาสามาดูแลให้กำลังใจ สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต แฟนเพจ นางฟ้าซาลอน เปิดเผยเรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับหญิงพิการคู่หนึ่ง หลังจากได้รับแจ้งจาก น้องเอื้อง พัชรพรรณ เล็นคำ อายุ 21 ปี หญิงพิการ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุโดนรถชน เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.58 กระดูกต้นคอหัก ไขสันหลังทับเส้นประสาท ได้ติดต่อเข้ามาขอให้ช่วยนำเสนอภาพวาดของเธอที่ใช้เพียงนิ้วโป้ง 2 นิ้วหาเลี้ยงชีพเพื่อให้ผู้ใจบุญได้ช่วยอุดหนุน โดย นายนราวุฒิ พงษ์เย็น อายุ 31 ปี ชายหนุ่มที่ดูแลน้องเอื้อง เล่าว่า เมื่อ 4 ปีก่อน รู้จักกับน้องเอื้องผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้แชตคุยกันแต่ไม่เคยเจอหน้ากัน และได้ขาดการติดต่อกันไประยะหนึ่ง เนื่องจากน้องเอื้องประสบอุบัติเหตุโดนรถชน นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยไม่รู้สึกตัวนาน 6 เดือน ซึ่งตนไม่รู้เลยว่าน้องเอื้องหายไปไหน ได้แต่หวังว่าน้องเอื้องจะตอบข้อความกลับมา กระทั่งผ่านไป 9 เดือน หลังจากน้องเอื้องอาการดีขึ้นก็ได้ตอบกลับมาว่า ถูกรถชน ตนรู้แล้วก็ตกใจมากจึงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ซึ่งช่วงที่น้องเอื้องเกิดอุบัติเหตุได้มีแฟนอยู่แล้ว แต่พอแฟนเขารู้ว่าน้องเอื้องเดินไม่ได้ เขาก็ทิ้งไปเลย ตนเห็นแบบนั้นก็รู้สึกอยากดูแลและคอยเป็นกำลังใจให้ จึงไปนอนเฝ้าคอยดูแลที่โรงพยาบาลอยู่ประมาณ 8-9 เดือน หลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็ได้พากันกลับไปอยู่บ้านของน้องเอื้อง ที่...
วันที่ 25 สิงหาคม แฟนเพจผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v12 ได้แชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้เผยภาพบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อ้างว่าเป็นบัตรของตนเองและสามี โดยระบุข้อความว่า เห็นเค้ากดกัน เดี๋ยวจะไปกดบ้าง 500 บาท ของตัวเองจะกดมาเล่นไพ่ 500 บาท ของผัวจะกดมากินหมูกะทะ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยจร้า 555 เราถือบัตรคนจนนะ อย่ายุ่งกับเราเลย ในเวลาต่อมาได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก โดยบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการของรัฐรายนี้ รายได้น้อยจริงหรือไม่ เนื่องจากในกระเป๋าเงินมีธนบัตรอัดแน่นอยู่จำนวนมาก โพสต์ดังกล่าว คอมเม้นท์ชาวเน็ต คอมเม้นท์ชาวเน็ต ขอบคุณ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v12
อีกหนึ่งครูต้นแบบ สำหรับทุกคนนั้นเกิดມานอกຈากนิสัยความเป็นอยู่อาจจะแตกต่างกันแล้วบางคนก็อาจจะมีร่างกายที่แตกต่างຈากคนอื่นก็ได้แต่เพื่อร่างกายที่อาจจะไม่ปกตินั้นก็ไม่ได้ทำให้ได้กว่าคนอื่นอย่างใดเผลอๆอาจจะมีความพิเศษມากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำມากกว่าคนที่เป็นปกติโดยในวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นມาชมกับคุณครูคนหนึ่งที่ถึงแม้ว่าตาจะบอดทั้ง 2 ข้างแต่ก็สาມารถสอนนักเรียนได้ตามปกติและมีความมุ่งมั่นจิตวิญญาณɤองความเป็นครูเป็นอย่างມาก ซึ่งนั้นก็คือ นายดำเกิง มุ่งธัญญา อายุ 25 ปี หรือ ครูไอซ์นั้นเอง โดยเริ่มแรกเรื่องราวɤองครูไอซ์นั้น ถูกเผยแพร่เรื่องราวผ่านทาง facebook รายหนึ่งที่มีชื่อว่า เฟซบุ๊ก Voralux Issarungkula Na Ayudhya ได้มีการบอกเล่าถึงเรื่องราวɤองครูไอซ์ผู้ที่เป็นผู้พิการตาบอดทั้ง 2 ข้างแต่ด้วยจิตวิญญาณɤองความเป็นครูนั้นเขาก็สาມารถเรียนจบในคณะครุศาสตร์เอกภาษาอังกฤษขั้นสูงและยังได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ຈากจุฬาลงกรณ์มหาวิทຍ าลัยอีกด้วย โดยครูไอซ์นั้นก็ได้มีการกล่าวถึงตัวเองว่าตัวเองนั้นไม่ใช่คนที่เก่งแต่อย่างใดแต่ด้วยความขยันและความพຍ าຍ ามและไม่ยอมแพ้ก็ทำให้เขาມาถึงจุดนี้ได้โดยครูไอซ์จะนำเอกสารการเรียนการสอนเข้าไปเป็นโปรแกรมอ่ๅนเสียงຈากนั้นครูไอก็จะฟังและนำไปพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษต่อມาก็ทำเป็น PowerPoint เพื่อนำไปสอนนักเรียนต่อไป และความพิเศษɤองครูไอซ์อย่างนึงนั่นก็คือถึงแม้ว่าจะมีนักเรียนเป็นจำนวนມากแต่ครูไอก็สาມารถฟังเสียงและจำแยกเสียงɤองเด็กทุกคนได้โดยความพຍ าຍ ามɤองครูไอนั่นก็คือการที่จะพຍ าຍ ามหากิจกssมມาสอดไส้ในชั่วโมงเรียนและทำให้เด็กนักเรียนทุกคนนั้นรู้สึกสนุกกับการเรียนɤองครูไอซ์ด้วย โดยในปัจจุบันครูไอซ์นั้นบssจุการเป็นครูและเป็นข้าราชการครูที่โรงเรียน และสตรีศรีสุริโยทัย สอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยการสอนครั้งแรกɤองครูไอซ์ นั้นนั่นก็คือการสอนเพื่อนร่วมชั้นที่มองไม่เห็นเหมือนกัน โดยการสอนเรื่องการบ้านเรื่องทั่วๆไป และขยับມากลายเป็นสอนเด็กปกตินั่นก็คือหลานɤองตัวเอ งและเมื่อได้มีโอกาสเข้าມาในรั้วมหาวิทຍ าลัยก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมจัดค่ายสำหรับการแนะแนวน้องมัธยมจึงทำให้มีรุ่นน้องบางคนสนใจและɤอให้ช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษที่เขาถนัดให้เป็นบางครั้งบางคราวเพื่อที่จะติวเข้าสอบเรียนในระดับมหาวิทຍ าลัย จึงพูดได้ว่าครูไอซ์นั้นแม้จะมีความแตกต่างຈากคนอื่นแต่ก็ถือว่าความแตกต่างนี้กลายเป็นสิ่งที่พิเศษที่ทำให้ครูไอซ์แสดงความมุ่งมั่นในความเป็นครูเป็นอย่างມากและรักในอาชีพครูอย่างที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างɤองผู้ไม่ย่อท้อได้เลย
วันที่ 24 ส.ค. 62 ความคืบหน้าจากกรณีที่นายพิศาลเข้าร้องเรียน ต่อมูลนิธิองค์กรอาสาอิสระศูนย์พญาอินทรีย์ว่าลูกชายคือนายเดช อายุ 19 ปี เป็นนักศึกษาปี 1 สถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มรุ่นพี่ปี 3 ทำร้ายร่างกายจากการรับน้อง โดนนายพลสิงห์ แสนสุข ประธานมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า ตนเองได้ให้นายพิศาลผู้เป็นพ่อส่งรูปมาให้ตนเองดู ปรากฏว่ามีรอยฟกช้ำเต็มตัวจากการชกต่อย โดยทราบว่า กลุ่มรุ่นพี่ที่ทำร้ายร่างกายจะใช้วิธีที่เรียกว่า การซ่อม โดยเมื่อเลิกเรียนแล้วจะพากลุ่มนักศึกษาที่สมัครใจเข้าสู่ระบบ เดินจากวิทยายลัไปยังบ้านเช่า เป็นบ้านแบบเซฟเฮาส์ บริเวณถนนสามเสน เมื่อเข้าไปรุ่นพี่จะยึดอุปกรณ์สื่อสาร และทำร้ายร่างกายลักษณะคือ ให้ยืนเรียงหน้ากระดาน 5-6 คน แล้วรุ่นพี่เข้ามาชกต่อย ทุบตี ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มของทุกวัน ภาพจำลองเหตุการณ์ นายเดชโดนกระทำมาตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. จนถึงเดือนส.ค. เป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยรุ่นพี่ตั้งกำหนดเวลาว่าต้องราวมกิจกรรมเข้าระบบนี้หนึ่งภาคการศึกษาด้วยกัน หลังจากนายพิศาลผู้เป็นพ่อของนายเดชทราบเรื่องก็ทนไม่ได้ ร้องไห้ และมาร้องเรียน ซึ่งตนมองว่าการกระทำดังกล่าวเหมือนเป็นการล้างสมองให้รุ่นน้องต้องเชื่อรุ่นพี่ อาการบาดเจ็บของนายเดช ส่วนสภาพจิตใจของนายเดชขณะนี้ ยังรู้สึกห่อเหี่ยวและเป็นห่วงเพื่อนอีก 5 คนที่เหลืออยู่ในระบบที่อาจถูกทำร้ายรุนแรง และยังไม่พร้อมจะไปแจ้งความเนื่องจากหวาดกลัว โดยสิ่งที่นายเดชออกมาร้องเรียน จะได้รับการยกย่อง เพราะกล้าพูดความจริง ทำให้สังคมดีขึ้น นายพลสิงห์...
เฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Jo Ny ได้เล่าเรื่องราวคนໃจร้ายเอาลูกหมา 8 ตัว ໂยนລงน้ำໃห้ไหລไปตามคລວงໂดยເล่าว่า ลูกหมาหรืວลูกปລา​ ເก็บເວาตามคລວงน้ำ​ ไหລมาເรื่ວยๆตວนແรกช่วยมา3ตัวช่วยไปช่วยมาตວนนี้8ตัวແล้วครับ​ ໃครໃจบุญรักหมามารับไปເลี้ยงหน่ວยครับ​ดูແລไม่ไหวແล้วครับເยວະເกิน​ #ช่วยແชร์​ໃห้หน่ວยครับ​ จະ​ເป็น​พรະคุณ​ວย่างสูง​ พิกัด​ ดວนເมืວง​ ปทุมธานี​ นนทบุรี​ ไปส่งໃห้ถึงที่ครับผม​ #มีคนໃจบุญ​จວงໃว้หมดทุกตัวແล้วนະครับ​ ถ้าตัวໃหนไม่มีคนເວาจະແจ้งอีกทีนະครับ​ กราบขວบพรະคุณ​ວย่างสุงที่ช่วยເหลืວครับผม​# เรียบเรียงโดย: NIXA ແหລ่งที่มา: FB : ข่าวชาวบ้าน – Thai TV Social
“น้ำ”ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่งในการทำเกษตรเป็นอย่างมากโดยเกษตรส่วนใหญ่นั้นก็จะใช้เครื่องสูบน้ำที่จำเป็นจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันต่างๆในการดูดน้ำมาใช้ในการเกษตรอยู่ตลอดเวลาแต่บอกเลยว่าในปัจจุบันนั้นมีเทคโนโลยีที่จะสามารถทำให้คุณประหยัดเงินไปกับส่วนนี้ได้เป็นอย่างดีด้วย โดยการสูบน้ำที่ว่านั้นนั่นก็คือเครื่องตะบันน้ำนั่นเองโดยเครื่องตะบันน้ำ(hydraulic Ram) นี้เป็นเทคโนโลยีการสูบน้ำแบบอัตโนมัติโดยสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าหรือใช้น้ำมันแต่อย่างใดโดยเป็นการใช้พลังงานจากน้ำเป็นตัวการขับเคลื่อนระบบนั่นเอง .. โดยระบบนี้ได้รับคำแนะนำจาก อ.ดร.จิระกานต์ ศิริวิชญ์ไมตรี ภาควิชา วิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นคนให้ข้อมูลว่าเครื่องตะบันน้ำนี้ถือเป็นเทคโนโลยีการสูบน้ำที่มีประโยชน์มากเพราะไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานอะไรโดยในต่างประเทศใดมีการใช้มานานแล้วกว่า200ปี แต่ในประเทศไทยนั้นยังไม่เป็นสิ่งที่แพร่หลายมากนักเพราะคิดว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและประสิทธิภาพการใช้งานนั้นค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเครื่องสูบน้ำที่ใช้แบบมอเตอร์หรือเครื่องยนต์แต่เชื่อว่าในอนาคตเครื่องตะบันน้ำนี้จะกลายเป็นที่รู้จักและได้รับนิยมในวงการเกษตรอย่างแน่นอน ด้วยการทำงานของเครื่องนี้นั้นจะเริ่ม จากน้ำแหล่งน้ำไหลเข้าสู่ท่อรับน้ำไปยังเครื่องผ่านวาล์วทิ้งน้ำจนความเร็วของการไหลนั้นมีความเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้นและเกิดเป็นแรงยกวาล์วทิ้งน้ำให้ปิดโดยการปิดวาล์วทิ้งน้ำนั้นจะทำให้เกิดความดันจำนวนมากในตัวเครื่องแยกด้วยว่าไปปรากฏการณ์ Water Hammer จะมีการทำให้วาล์วกันน้ำถูกยกขึ้นและน้ำส่วนหนึ่งจะถูกตัดเข้าไปเก็บในถังแรงดันน้ำและเข้าสู่ท่อกระจายน้ำขึ้นไปยังถังพักน้ำโดยในขณะเดียวกันความดันในตัวเครื่องก็จะลดลงและจะทำให้วาล์วกันน้ำปิดและทำให้วาล์วน้ำทิ้งเปิดและเครื่องตะบันน้ำก็จะเริ่มทำงานใหม่ก็รอบนึง โดยในทั้งนี้จุดที่จะต้องติดตั้งเครื่องนี้จะต้องอยู่ต่ำกว่าพื้นผิวน้ำอย่างน้อยประมาณ 1.5 เมตรและต่ำมากที่สุดคือประมาณ 2-3 เมตรและท่อส่งน้ำมายังเครื่องจะต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 15 เมตรแรงดันน้ำถึงจะเพียงพอต่อการทำให้ระบบดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์โดยในปัจจุบันเครื่องตะบันน้ำนั้นได้มีการพัฒนาขึ้นจึงทำให้สามารถสูบน้ำได้เยอะมากกว่าเดิมในระดับดังๆตั้งต้นตั้งแต่ 10 เท่าเช่น ถ้าแรงดันน้ำเริ่มต้นที่ 2 เมตร (ความสูงจากผิวน้ำมาที่ตัวเครื่องตะบันน้ำ) จะสูบน้ำไปใช้ในพื้นที่ที่สูงกว่าถึง20 เมตรเลยทีเดียว ด้วยการสูบน้ำเครื่องตะบันน้ำนะทหารคิดเป็นปริมาณน้ำที่ผ่านเข้าเครื่องเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์จะถูกเพื่อใช้เป็นแรงดันและทิ้งไปประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ส่วนที่เหลือก็จะเป็นน้ำที่สูงขึ้นมาโดยปริมาณน้ำที่ได้นะจะแปรผันกับความสูงที่ส่งน้ำขึ้นไปยิ่งสูงมากเท่าไหร่น้ำก็จะยิ่งได้น้อยลงมากเท่านั้นจากการทดสอบประสิทธิภาพในการสูบน้ำนั้นขึ้นไปยังบริเวณพื้นที่สูงประมาณ 6 เมตรก็จะได้นะประมาณ 6,000 ลิตรต่อวันซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้ในบ้านเรือน 1-3 หลังและสามารถสูบเพื่อไปเก็บไว้ในการใช้งาน และสำหรับพื้นที่ที่เหมาะสมนั้นก็คือลำธารบริเวณเชิงเขาที่มีแหล่งน้ำน้ำตกฝายทำนบกั้นน้ำพื้นที่ที่ติดกับคลองชลประทานหรือตามแหล่งน้ำธรรมชาติโดยแหล่งน้ำเหล่านี้นั้นจะมีอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมากและสามารถติดตั้งเครื่องตะบันน้ำไปใช้ได้และใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก โดยระบบนี้ก็ได้มีเจ้าของสวนยางพารานั้นลองใช้ดูแล้วรู้สึกว่าพอใจเป็นอย่างมากเพราะสามารถสูบน้ำขึ้นไปใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งปืนการใช้เชื้อเพลิงและลงทุนไม่สูงโดยราคาเครื่องตะบันน้ำในปัจจุบันนั้นใกล้เคียงกับราคาปั๊มน้ำแบบใช้ไฟฟ้าแต่แตกต่างกันที่ต่างประเทศจะใช้เครื่องตะบันน้ำขนาดเดียวกันและราคาสูงถึง 7-8 หมื่นบาท แต่ใในประเทศไทย มีของไทย ราคาถูกๆเพียง 7 – 8 พัน!!! เท่านั้นเอง
ในโลกออนไลน์ ได้มีการชื่นชมผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nattapong Ple Panamphum ซึ่งได้แชร์เรื่องราวดีๆ ของครูและนักเรียนที่รวมตัวกันเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดนัดทองผาภูมิ เพื่อนำเงินที่รับบริจาคไปช่วยเหลือ เด็กหญิงนัชชา อายุ 7 ขวบ เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกุยแหย่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี สำหรับสร้างบ้านใหม่ให้ เด็กหญิงนัชชา และครอบครัว ซึ่งอาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีเก่าๆ ขณะที่แม่ของน้องประสบเหตุพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ขณะที่พี่ชายของน้องอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ต้องพักการเรียนมาเฝ้าดูแลแม่ ภาพจาก Nattapong Ple Panamphun ภาพจาก Nattapong Ple Panamphun ภาพจาก Nattapong Ple Panamphun โดยครูณัฐพงศ์ผู้โพสต์เรื่องราว เล่าว่า ตนและเด็กๆ ได้ไปเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อนำเงินที่ได้ไปบริจาคร่วมสร้างบ้านให้น้องคนนี้ ตนอยากใช้ความสามารถที่มีเพื่อสร้างประโยชน์ให้คนอื่น ซึ่งเงินที่ได้ทุกบาทจะตกถึงครอบครัวของเด็กคนนี้จากการเล่นดนตรีเปิดหมวก มีคนมาบริจาคจำนวนมาก ต้องขอขอบคุณทุกคน ได้เงินจำนวน 11,040 บาท จะนำเงินไปมอบให้กับครูโรงเรียนบ้านกุยแหย่ เพื่อสมทบทุนในการสร้างบ้านหลังใหม่ โดยล่าสุดครูณัฐพงศ์ก็ได้โพสต์ภาพมอบเงินให้กับทางเด็กแล้ว ภาพจาก Nattapong Ple Panamphun ขอบคุณ Nattapong Ple Panamphun
เป็นเรื่องราวที่น่ายินดีมากสำหรับสาวม้ง ที่สู้ชีวิตจนสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เพจ ข่าวชาวบ้าน - Thai TV Social ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สุดยอด สาวม้งสู้ชีวิต คว้าปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.58 น้องดา หรือ น.ส.มลวรรณ แซ่ว่าง สาวม้งจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ครอบครัวมีอาชีพทำนา พ่อมีเมีย 3 คน มีพี่น้องทั้งหมดรวม 21 คน น้องดา เป็นลูกเมียคนที่ 2 ซึ่งมีลูก 9 คน น้องดา เป็นลูกคนที่ 6 จบชั้น ม.6 โรงเรียนเชียงคำ ครอบครัวไม่ต้องการให้เรียนต่อ อยากให้แต่งงานมีครอบครัว แต่ด้วยความที่ใฝ่ฝันอยากสวมชุดครุย เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ถ่ายภาพรับปริญญาพร้อมหน้าพ่อแม่ ญาติพี่น้อง จึงตัดสินใจที่จะหาเงินส่งตัวเองเรียน มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นสาวโรงงานแห่งหนึ่งกับพี่สาว เพื่อเก็บเงินเป็นทุนในการเรียน ภาพจาก ข่าวชาวบ้าน - Thai...

MOST POPULAR

HOT NEWS