หน้าแรก บล็อก
พบศพของหญิงสาวชาวจีนจากมณฑลซานตง วัย 32 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทในอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนโรคเข้าชันสูตรพลิกศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ตายเดินทางจากจีนมาเที่ยวเชียงใหม่พร้อมกับกลุ่มเพื่อน และเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งนี้เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ แต่ช่วงค่ำผู้ตายยังร่วมดื่มกินกับกลุ่มเพื่อนได้ตามปกติ ก่อนจะขอตัวไปนอนโดยบอกว่ามีไข้ไม่สบาย จนกระทั่งเช้ายังไม่ออกจากห้องพัก เพื่อนจึงเข้าไปดูและพบเสียชีวิตแล้ว ล่าสุด ทางนายแพทย์สาธารณาสุขเชียงใหม่ยืนยันได้รับรายงานแล้ว แต่ต้องรอการตรวจอย่างละเอียดใช้เวลา 2 วัน จึงจะทราบผลแน่ชัด
นายโจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมืองเริ่มต้นการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ประกาศพร้อมลาออก และยอมรับว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการแพร่ระบาดในช่วงแรกอย่างครบถ้วน ทำให้ชาวอู่ฮั่นประมาณ 5 ล้านคนออกจากเมือง ก่อนที่จะมีการประกาศปิดเมือง ซึ่งชาวอู่ฮั่น 5 ล้านคนที่ออกไป มีจุดหมายปลายทางไปที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย มากเป็นอันดับ 1 ขณะที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน แถลงว่าประเทศจีนต้องต่อสู้อย่างจริงจังกับเจ้าปีศาจโคโรนา พร้อมให้สัญญารัฐบาลจะเผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใส จะทำทุกทางให้การแพร่ระบาดหยุดชะงัก ขอให้ประชาคมโลกอย่าตื่นตระหนก ทั้งนี้ จีนมีการระดมพล นักรบชุดกาวน์ หรือบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ เกือบ 6,000 คน เข้าไปที่หูเป่ย โดยมีภาพประทับใจ ครอบครัว ญาติ ลูก คนรัก มาส่งทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อไปต่อสู้กับไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ รวมถึงมีการเผยแพร่คลิปพยาบาล 31 คน ตัดผม เพราะเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรค และเมื่อตัดผมแล้วจะช่วยให้การทำงานไวขึ้น โดยมีพยาบาลสาวคนหนึ่งถึงกับโกนหัวตัวเองนอกจากนี้ มีการเผยแพร่คลิป ชาวอู่ฮั่นตะโกนให้กำลังใจกันและกัน เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วเมือง ท่ามกลางความมืด “อู่ฮั่น เจีย โหยว” อู่ฮั่นสู้ ๆ ซึ่งคุณโจวเองได้ อธิบายถึงอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะเรื่องการแถลงข่าวหรือแจ้งข้อมูลที่ต้องให่ปักกิ่งอนุมัติก่อน ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ณ ตอนนี้คือ...
วันที่ 28 มกราคม 63 ในรายการ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ได้พูดคุยกับนักศึกษาไทยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ย หลังจากจีนได้สั่งปิดระบบการขนส่งมวลชนทั้งหมดในเมืองอู่ฮั่น ทั้งนี้ในรายการได้วิดีโอคอลติดต่อคนไทย ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะโลจิสติกส์ สถาบันเทคโนโลยีการเดินเรืออู่ฮั่น จำนวน 8 คน เปิดเผยว่า ขณะนี้สัญญาณอินเทอร์เน็ตยังไม่มีปัญหาแต่สิ่งที่กังวลคือน้ำดื่ม คาดว่าพวกเราจะมีน้ำขวดเพียงพออีกประมาณ 1 สัปดาห์ และสิ่งที่ทำเป็นประจำคือจะวัดไข้กันทุกวัน ในส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยให้ความช่วยเหลือคือ จะมีการซื้อน้ำดื่มและของมาให้แม่บ้านทำอาหารให้ แต่ก็มีเลี้ยงเฉพาะบางส่วน โดยจัดให้ 2 มื้อต่อ 1 วัน แต่สิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือ พวกเราอยากกลับบ้าน ก่อนหน้านี้ได้ติดต่อกับสถานทูตของจีน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบแต่ไม่ได้บอกว่าพวกเราจะได้กลับบ้านเมื่อใด สำหรับความรู้สึกครอบครัวที่ประเทศไทย หลังจากคุยกันก็รู้สึกว่าเขาเป็นห่วง ตอนนี้หน้ากากอนามัยมีคนละ 1 ชิ้นก็ใช้กันยาวๆ ยอมรับว่าเครียดบ้าง อยากกลับบ้าน เช่นเดียวกับ นายศิริชัย ชัยมั่นคง หรือ น้องไอซ์ นักศึกษาปริญญาโท คณะพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรหัวหนง อีกหนึ่งนักศึกษาไทยในเมืองอู่ฮั่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมีคนไทยประมาณ 9 คน ได้เจอหน้ากันบ้าง ตอนนี้ได้ตุนของกินไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการซื้อตุนไว้เองทั้งหมด ส่วนใหญ่พวกเราจะติดต่อกันทางแชต...
มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สำหรับข่าวพระโบกรถ แล้วขอปัจจัย อย่างล่าสุด หนุ่มรายหนึ่ง โพสต์ลงเฟสบุ๊ก ระบุว่า ผมเดินทางจากกทม.ไปอุดรธานี ได้เจอพระสองรูปยืนโบกรถข้างทาง เลยน้ำพองจะเข้าอุดร ก็เลยจอดรับ ก่อนขึ้นก็ถามว่าท่านจะไปไหน ?? ท่านก็บอกว่าจะไปโนนสะอาด ก่อนถึงกุมภวาปี พอถึงก็จอดให้ลง และพระก็ให้พร พอจะขึ้นรถไปต่อ ท่านก็ขอปัจจัยจะไปซื้ออุปกรณ์เดินธุดงค์ในป่า ก็เลยถวายไป500 จนต่อมา คนที่ทำงานกลับอุดรเหมือนกัน เจอพระโบกรถเหมือนกัน และก็ขอปัจจัยเหมือนกันเป๊ะ นอกจากหนุ่มรายนี้แล้ว ยังมีสาวรายหนึ่ง เล่าเหตุการณ์คล้ายๆกันว่า ขับรถไปรับสามีที่บ้านหนองเม็ก อ.หนองหาน อุดรธานี ขณะที่ขับผ่านบ้านหนองเม็กพบว่ามีพระสงฆ์ 1 รูป ยืนข้างถนนโบกรถยนต์ แต่ไม่มีใครจอด สามีจึงรับมาแล้วกลับเส้นทางเดิม โดยครั้งนี้ก็ยังเจออีก ตนนึกขึ้นได้ว่าเป็นพระที่เจอเมื่อปีที่แล้ว ตนจึงจอดรับและพระก็บอกให้ไปส่ง ซึ่งตนได้ไปส่งแต่ไม่ถึงที่หมาย เพราะไปคนละเส้นทางกัน จึงจอดให้พระรูปดังกล่างลงข้างทางเพื่อให้ไปต่อรถ จากนั้นพระก็ขอเงินค่ารถโดยสาร ตนเลยให้ไป200บาท แต่พระบอกไม่พอต้อง 300 บาท ถึงจะพอค่าเดินทาง ด้วยความตกใจตนจึงให้ไป 300 บาท จากนั้นเมื่อขับรถผ่านถนนเส้นนี้ก็จะพบพระมายืนโบกรถอยู่หลายครั้ง และคิดว่าไม่น่าใช่พฤติกรรมของพระสงฆ์ตามปกติจึงได้โพสต์เตือนประชาชน ส่วนอีกราย ก็เจอเหมือนกัน แต่เป็นคนละพื้นที่ โดยเล่าว่า เตือนภัยครับ เจอมากับตัวเองนะครับ ผมเดินทางไปเที่ยวอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ขาไปขับรถไปใกล้ถึงเขตอำเภอไทรโยค (ช่วงที่สองข้างถนนแทบไม่มีบ้านคนหรือร้านค้าอะไรเลย)...
หนุ่มรายหนึ่ง โพสต์ลงในโซเชี่ยลว่า เมื่อเช้าขับรถมากับลูกชายจะไปตลาด เห็นยายจูงหลานเดินริมถนน มือนึงถือหมวกกันน็อค อีกมือจูงหลาน ผมเห็นรถขับผ่านป้าไปหลายคัน ไม่มีคันไหนจอด ผมเลยจอดถามว่าป้าจะไปไหนครับ ป้าบอกว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา ผ่าตัดตาทั้งสองข้าง หลานเพิ่งไปรับออกจากโรงพยาบบาล มากันสามคน ระหว่างทางรถเกิดยางรั่ว หลานสาวเลยขับรถไปปะยาง แต่ไปนานแล้วยังไม่เห็นย้อนมารับเลย ผมเลยอาสาพาป้าและหลานวัย 7 ขวบไปส่งที่ร้านปะยาง (ซ้อน 4 กันไปเลย) แต่ขับไปดูที่ร้านปะยางไม่เจอหลานป้า เลยต้องไปส่งป้าที่บ้าน ระยะทางประมาณ 10 กิโล ที่โพสต์ไม่ได้ต้องการอะไร แค่อยากให้มีน้ำใจต่อกันครับ
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. นายชาญวิทย์ สิรภักดี นายอำเภอคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี มีหนังสือด่วนที่สุดถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ให้เฝ้าระวัง นายอนุสรณ์ สมบุญ หรือแอะ หรือ “เสือโหย” อายุ 33 ปี ชาว อ.คีรีรัฐนิคม ได้กระทำการผิดกฎหมายทางเพศ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตโดยปกติสุขได้ และเมื่อวันที่ 25 ม.ค.63 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีออกหมายจับที่ 18/2563 ในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเรา บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ นายชาญวิทย์ ระบุว่า ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านได้ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่ช่วยสอดส่องดูแลเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย ที่มีลักษณะคล้ายบุคคลดังกล่าว รวมทั้งจัดชุดเฝ้าระวัง หากพบเบาะแสให้แจ้งนายอำเภอและ ผกก.สภ.คีรีรัฐนิคมทราบ หากผู้ใดให้พำนักโดยซ่อนเร้นหรือช่วยเพื่อไม่ให้ถูกจับกุมต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุสรณ์เคยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืน ข่มขืนและอนาจารในพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เข้าออกเรือนจำ 4-5 ครั้ง ครั้งละ 9 เดือนถึง...
บนเฟซบุ๊ก Napat Choknapat ได้โพสต์ขอรับบริจาคเลือดให้กับเด็กชายคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ขอรับบริจาคเลือดให้ เด็กชาย โชคนภัทร คงสวัสดิ์ ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองตอนนี้น้องมีอาการแทรกซ้อนลำไส้ติดเชื้ออย่างรุนแรงเม็ดเลือดขาวติดลบจึงขอรับบริจาคโลหิตเพื่อใช้ในการผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาลศิริราช กรุ๊ปเลือด AB เบอร์โทรศัพท์คุณแม่ 081-5264844 (หน่อย) ทั้งนี้ชาวเน็ตพากันแชร์ส่งต่อโพสต์เพื่อตามหาผู้ประสงค์จะช่วยเหลือ และอวยพรให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีและให้เด็กน้อยหายป่วยในเร็ววัน ขอบคุณ Napat Choknapat
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ประชาชนหลายๆคนต่างก็เฝ้ารอคอย โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน นครราชสีมา หรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข M6 ถือเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วน เนื่องจากถูกบรรจุให้อยู่ในแผนมาตรการเร่งรัดการลงทุน ตาม Action Plan ของกระทรวงคมนาคม ระยะทาง 196 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 127 นาที อีกทั้ง ยังเป็นโครงข่ายเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา จีนตอนใต้ แนวเส้นทางเริ่มต้น ที่จุดเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบนอกตะวันออก กับถนนพหลโยธินที่บริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นแนวใหม่ขนานไปกับ ถนนพหลโยธินและ ถนนมิตรภาพ และบรรจบกับทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา บริเวณหลัก กม ที่ 2 เส้นทางพาดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด 12 อำเภอ ได้แก่ 1 จังหวัด พระนครศรีอยุธยา อำเภอ บางปะอิน อำเภอ วังน้อย อำเภอ อุทัย 2 จังหวัด สระบุรี อำเภอ หนองแค อำเภอ เมืองสระบุรี...
เรียกได้สมกับเป็นขวัญใจแฟนเพลงลูกทุ่งหมอลำจริงๆ สำหรับสาวเสียงพิณ จินตหรา พูนลาภ ที่ล่าสุดเจ้าตัวก็เพิ่งได้ไถ่ชีวิตกระบือ 1 คู่ ไปเจอตอนไปทำบุญ 100 วันแม่ จันทร์ ที่บ้านเกิด จังหวัดร้อยเอ็ด ชาวบ้านจะขายนำเงินไปรักษาแม่ เจ้าตัวเลยไถ่ไว้ 46000 บาท ตั้งใจเลี้ยงจนสิ้นอายุขัยของกระบือ จินตหรา เผยว่า คือตอนจินกลับบ้านเกิด บ้านจานทุ่ง ไปทำบุญคุณแม่ครบร้อยวัน บังเอิญไปเจอควาย คู่หนึ่ง เขาเล่นน้ำอยู่สระใกล้บ้านน้องชาย พอเห็นจิน เขาเดินมาหา สังเกตุเห็นอาการแปลก ๆ เหมือนเขาอยากจะสื่ออะไรกับจิน เห็นก็สงสาร เลยถามคนแถวนั้นว่า เป็นควายของใคร พอได้คุยเจ้าของ เขาบอกว่ารักมันมาก แม่เขาจะขายแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอนำตัวแม่ขึ้นรถ ตัวเล็กก็ไม่ยอมขึ้นด้วย จากนั้นไม่คิดจะขาย จินเลยบอกว่า ถ้าคิดจะขายให้คิดถึงจิน เป็นคนแรกนะ จะไถ่ชีวิตเขาจนสิ้นอายุขัย มาวันนี้เขาจะขาย ต้องใช้เงิน เพื่อไปรักษา แม่เขา จินไถ่ ชีวิตกระบือคู่นี้ จินไถ่ในราคา 46000 บาท และให้คนดูแล ห้ามขาย ขอให้แฟน ๆ ได้รับบุญกุศลร่วมกันในครั้งทุกๆคนด้วยนะคะ จินตหรา กล่าว ภาพจาก ข่าวลูกทุ่ง ขอบคุณ ข่าวลูกทุ่ง
เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 27 มกราคม 2563 ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 25 มกราคม 2563 ในช่วงวันที่ 25-26 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกจะมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร สำหรับภาคเหนืออากาศหนาวเย็นและอุณหภูมิจะลดลง 1ถึง3 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 27-28 มกราคม 2563 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2ถึง4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 1ถึง3 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 1ถึง13 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ประกาศ ณ วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่...

MOST POPULAR

HOT NEWS